โลชั่น ครีม บาล์ม ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบเนื้อสัมผัสของโลชั่น ครีม และบาล์ม เรียงกันบนพื้นผิวสีม่วงอ่อน

ยืนอยู่หน้าชั้นวางผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย แล้วเจอทั้งคำว่าโลชั่น ครีม และบาล์ม วางอยู่ข้างกัน คำถามแรกที่เกิดขึ้นเสมอคือสามอย่างนี้ต่างกันตรงไหน คำตอบสั้นที่สุดคือ ต่างกันที่สัดส่วนระหว่างน้ำกับน้ำมันในสูตร ซึ่งเป็นตัวกำหนดทั้งความข้น ความเร็วในการซึม และความรู้สึกที่ทิ้งไว้บนผิว บทความนี้อธิบายความต่างในเชิงเนื้อสัมผัส เพื่อให้เลือกได้ตรงกับจังหวะชีวิตของตัวเอง

โลชั่น ครีม บาล์ม ต่างกันอย่างไร

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายส่วนใหญ่เป็นระบบผสมระหว่างน้ำกับน้ำมัน สองอย่างนี้ตามธรรมชาติไม่รวมตัวกัน จึงต้องมีส่วนผสมที่ทำหน้าที่ประสานให้อยู่ด้วยกันได้เป็นเนื้อเดียว สัดส่วนของสองฝั่งนี้คือสิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกันให้ความรู้สึกต่างกันชัดเจน

โลชั่น ครีม บาล์ม
สัดส่วนในสูตร น้ำมาก น้ำมันน้อย สมดุลระหว่างน้ำกับน้ำมัน น้ำมันและไขเป็นหลัก แทบไม่มีน้ำ
เนื้อสัมผัส เหลว ไหลได้ ข้นปานกลาง เกลี่ยได้ทั่ว แข็งตัว ต้องละลายด้วยความอุ่นจากปลายนิ้ว
ความเร็วในการซึม เร็วที่สุด ปานกลาง ช้าที่สุด ค้างอยู่บนผิวนานกว่า
ความรู้สึกหลังทา เบา แทบไม่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ ผิวรู้สึกนุ่ม ไม่หนัก รู้สึกเป็นชั้นเคลือบชัดเจน
เหมาะกับ ผิวกายทั่วตัว อากาศร้อน ต้องรีบออกจากบ้าน ใช้ประจำวัน ห้องแอร์ ช่วงก่อนนอน จุดที่ต้องการเนื้อหนักเป็นพิเศษ เช่น ข้อศอก ส้นเท้า

โลชั่น คือแบบที่เบาที่สุด

โลชั่นมีสัดส่วนน้ำสูง เนื้อจึงเหลวและเกลี่ยได้ทั่วตัวในเวลาไม่กี่วินาที ข้อดีคือซึมเร็วและใส่เสื้อผ้าตามได้เกือบทันที ข้อแลกเปลี่ยนคือความรู้สึกชุ่มชื้นอยู่ในระยะที่สั้นกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อที่ข้นกว่า เหมาะกับอากาศร้อนแบบบ้านเราและกับเช้าที่ต้องรีบ

ครีม คือจุดสมดุลของการใช้ประจำวัน

ครีมมีน้ำมันในสัดส่วนที่สูงกว่าโลชั่น เนื้อจึงข้นขึ้นและอยู่บนผิวได้นานกว่า แต่ยังไม่ถึงขั้นหนักจนต้องรอ เนื้อครีมจึงเป็นรูปแบบที่เข้ากับกิจวัตรประจำวันได้ลงตัว เพราะเป็นจุดที่ความรู้สึกและความสะดวกอยู่ด้วยกันได้

เนื้อครีมยังเป็นรูปแบบที่เหมาะกับการออกแบบสัมผัสเฉพาะตัวมากที่สุด เพราะระยะเวลาที่เนื้อครีมอยู่บนผิวระหว่างการเกลี่ย ยาวพอที่ผู้ใช้จะรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของสัมผัสได้ทัน

บาล์ม คือแบบที่หนักที่สุด

บาล์มแทบไม่มีน้ำในสูตร ประกอบด้วยน้ำมันและไขเป็นหลัก ตอนอยู่ในกระปุกจึงมีลักษณะแข็งตัว ต้องใช้ความอุ่นจากปลายนิ้วละลายก่อนเกลี่ย ให้ความรู้สึกเป็นชั้นเคลือบที่ชัดเจนที่สุดในสามแบบ คนส่วนใหญ่จึงใช้เฉพาะจุด ไม่ได้ใช้ทั่วตัว

แล้วเจลกับออยล์อยู่ตรงไหน

  • เจล เป็นระบบที่มีน้ำเป็นหลักโดยแทบไม่มีน้ำมัน จึงให้ความรู้สึกเย็นและเบาที่สุด แต่ไม่ทิ้งความรู้สึกนุ่มแบบเนื้อที่มีน้ำมัน
  • ออยล์ คือน้ำมันล้วนที่ไม่ได้ผสมน้ำ เกลี่ยลื่นและใช้ปริมาณน้อย แต่ต้องการเวลารอก่อนสวมเสื้อผ้า

ทั้งสองแบบเป็นทางเลือกที่อยู่คนละปลายของสเปกตรัมเดียวกัน คือปลายที่มีน้ำล้วนกับปลายที่มีน้ำมันล้วน ส่วนโลชั่น ครีม และบาล์ม เรียงตัวอยู่ระหว่างกลาง

เลือกอย่างไรให้ตรงกับตัวเอง

แทนที่จะถามว่าแบบไหนดีที่สุด คำถามที่ใช้ตัดสินใจได้จริงกว่ามีสามข้อ

  1. คุณมีเวลารอกี่วินาที ถ้าต้องแต่งตัวต่อทันที เนื้อที่เบากว่าคือคำตอบ ถ้าเป็นช่วงก่อนนอน เนื้อที่ข้นขึ้นทำงานได้เต็มที่กว่า
  2. คุณอยู่ในอากาศแบบไหนเป็นส่วนใหญ่ ห้องแอร์ทั้งวันกับกลางแจ้งทั้งวัน ต้องการเนื้อสัมผัสคนละแบบ
  3. คุณอยากรู้สึกอะไรตอนทา ข้อนี้ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด ทั้งที่เป็นตัวตัดสินว่าเราจะทาต่อเนื่องหรือเลิกไปกลางทาง

MOOV อยู่ตรงไหนในสามแบบนี้

ในแง่เนื้อสัมผัส MOOV Moisture Body Cream ขนาด 50 กรัม อยู่ในกลุ่ม ครีม คือเกลี่ยได้โดยไม่ต้องละลายก่อนและไม่ต้องรอนาน แต่มีข้อต่างจากครีมบำรุงผิวกายทั่วไปที่ควรรู้ก่อนซื้อ คือในสูตรมีเมนทอลอยู่ด้วย สัมผัสระหว่างทาจึงเป็น อุ่นละมุนแล้วตามด้วยเย็นสดชื่น จากส่วนผสม HotFlux™ กลิ่นวานิลลา คู่กับเมนทอล และมีอาร์แกนออยล์กับเถาเอ็นอ่อนอยู่ในสูตร

ข้อนี้เปลี่ยนวิธีใช้: MOOV ไม่ได้ออกแบบมาให้ทาทั่วตัวแทนโลชั่นประจำวัน แต่ให้เลือกทาเฉพาะบริเวณที่อยากให้รู้สึกอุ่นสลับเย็นและผ่อนคลาย ถ้าคุณกำลังมองหาตัวหลักสำหรับทาทั่วตัวทุกวัน โลชั่นหรือครีมสูตรธรรมดาตอบโจทย์ตรงกว่า แล้วใช้ MOOV เป็นตัวเสริมเฉพาะบริเวณตามโอกาส

ครั้งแรกให้เริ่มจากปริมาณประมาณครึ่งข้อนิ้วต่อหนึ่งบริเวณ เกลี่ยจนซึม เลี่ยงผิวบอบบาง รอบดวงตา และผิวที่มีบาดแผล ล้างมือหลังใช้ทุกครั้ง ช่วยบำรุงผิวกายให้แลดูนุ่มชุ่มชื้น เป็นเครื่องสำอาง จดแจ้ง อย. เลขที่ 73-1-6900011920 ไม่มีสรรพคุณทางยาและไม่ใช้ทดแทนการรักษาใด ๆ

คำถามที่พบบ่อย

โลชั่นกับครีมต่างกันอย่างไร

ต่างกันที่สัดส่วนระหว่างน้ำกับน้ำมันในสูตร โลชั่นมีน้ำมากกว่าจึงเหลวและซึมเร็ว ส่วนครีมมีน้ำมันในสัดส่วนที่สูงกว่า เนื้อจึงข้นขึ้นและอยู่บนผิวได้นานกว่า ทั้งสองแบบใช้บำรุงผิวกายได้เหมือนกัน ต่างกันที่ความรู้สึกและจังหวะการใช้

ครีมกับบาล์มต่างกันอย่างไร

ครีมยังมีน้ำอยู่ในสูตรจึงเกลี่ยได้ทั่วตัว ส่วนบาล์มแทบไม่มีน้ำ ใช้น้ำมันและไขเป็นหลัก เนื้อจึงแข็งตัวและต้องละลายด้วยความอุ่นจากปลายนิ้วก่อนใช้ ให้ความรู้สึกเป็นชั้นเคลือบชัดเจนกว่า คนส่วนใหญ่จึงใช้บาล์มเฉพาะจุดมากกว่าใช้ทั่วตัว

ผิวแห้งควรใช้โลชั่นหรือครีม

ถ้าอยากได้ความรู้สึกชุ่มชื้นที่อยู่นานขึ้น เนื้อครีมตอบโจทย์กว่าเพราะมีน้ำมันในสัดส่วนที่สูงกว่า แต่ถ้าเป็นอากาศร้อนหรือช่วงที่ต้องรีบแต่งตัว โลชั่นใช้งานสะดวกกว่า หลายคนเลือกใช้ทั้งสองแบบตามช่วงเวลาของวัน หากผิวมีความผิดปกติที่ชัดเจนควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

MOOV เป็นครีมหรือบาล์ม

MOOV Moisture Body Cream เป็นครีม เนื้อข้นปานกลาง เกลี่ยได้ทั่วโดยไม่ต้องละลายก่อน บรรจุในหลอดบีบขนาด 50 กรัม

MOOV มีสรรพคุณทางยาหรือไม่

ไม่มีค่ะ MOOV Moisture Body Cream เป็นเครื่องสำอาง จดแจ้ง อย. เลขที่ 73-1-6900011920 ทำหน้าที่บำรุงผิวกายให้แลดูนุ่มชุ่มชื้นและมอบสัมผัสอุ่นสลับเย็น ไม่มีสรรพคุณทางยา ไม่ใช้รักษาหรือทดแทนการรักษาใด ๆ

Scroll to Top